Share

ภาพถ่ายอินฟราเรดและการเผยความลับใต้ชั้นสี

Last updated: 1 Jun 2025
2479 Views
เคยเขียนไปบ้างแล้วว่าแสงยูวีที่ความยาวคลื่นประมาณ 365-400 นาโนเมตร นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการวิเคราะห์ภาพเขียน  ช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรดก็มีประโยชน์ไม่น้อยหน้ากัน  เพียงแต่ทั้งสองช่วงคลื่นนี้ให้ผลการวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน  ในการถ่ายภาพทางเทคนิคจึงมักใช้ทั้งช่วงแสงปกติที่ตาคนมองเห็น (visible light) ซึ่งมีความยาวคลื่นอยู่ในช่วง 400- 700 นาโนเมตร และถ่ายด้วยช่วงคลื่นแสงที่ตาเปล่ามองไม่เห็น นั่นก็คือ แสงยูวี และอินฟราเรด
 
ช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรดที่เหมาะในการถ่ายภาพโดยทั่วไปคือความยาวคลื่นประมาณ 800-1100 นาโนเมตร เรียกการถ่ายภาพแบบนี้ว่า Infrared Photography (IRP) และ ช่วงความยาวคลื่นประมาณ 1100-1700 นาโนเมตร ซึ่งเรียกว่า Infrared reflectography (IRR) 
 
หลักการทำงานของการถ่ายภาพประเภทนี้สัมพันธ์กับหลักการที่ว่าภาพวาดมีโครงสร้างหลายชั้น ซึ่งชั้นที่อยู่ด้านบนจะปิดทับชั้นที่อยู่ด้านล่าง ยกเว้นชั้นบนสุดซึ่งเป็นการเคลือบด้วยวานิชใสจึงไม่ปิดทึบชั้นสีด้านล่างได้ ในสภาพแสงปกติเราจึงสามารถมองทะลุชั้นวานิชลงไปเห็นชั้นสีที่เป็นภาพวาด  แต่อินฟราเรดสามารถทำได้มากกว่านั้น อินฟราเรดทำให้ความสามารถในการปิดทับของสารสี (pigment) ต่างๆ ลดลง เนื่องจากสารสีเหล่านี้ดูดซับและกระเจิงแสงได้น้อยในช่วงความยาวคลื่นนี้ ทำให้สีดูโปร่งใสมากขึ้น  ชั้นสีและรายละเอียดต่างๆ ที่อยู่ด้านล่างซึ่งปกติแล้วไม่สามารถมองเห็นจึงเผยโฉมออกมาให้เห็นได้ นอกจากนั้นแล้ววัสดุประเภทแกรไฟต์หรือคาร์บอนซึ่งนิยมใช้ในการร่างภาพยังถูกเปิดเผยได้อย่างชัดเจนภายใต้ช่วงคลื่นอินฟราเรด 
 
การถ่ายภาพด้วยอินฟราเรดเป็นหนึ่งในวิธีการที่ไม่ทำลายภาพเขียนและยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่เทคนิคอื่นทำไม่ได้  ผู้เชี่ยวชาญสามารถศึกษากระบวนการสร้างสรรค์งานของศิลปิน รอยร่างภาพก่อนที่ศิลปินจะลงสี (under-drawing) การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบที่ศิลปินทำในระหว่างการวาดภาพ ( pentimenti ) ความเสียหาย การแก้ไข รวมถึงในกรณีที่ผ้าใบถูกนำมาใช้ซ้ำและมีการวาดทับ 
 
การถ่ายภาพ Infrared photography ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในแวดวงศิลปะในปี 1930 ส่วนการถ่ายภาพแบบ Infrared Reflectography นั้นถูกคิดค้นขึ้นในปี 1960 โดยนักฟิสิกส์ชาวดัตช์ชื่อแวน อัสเปอเรน เดอ โบเออร์ (Van Asperen de Boer) ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ในแง่ของเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์งานศิลปะ และยังมีการพัฒนาเรื่อยมาเพื่อให้ได้ผลของการวิเคราะห์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันเทคนิคการถ่ายภาพด้วยช่วงคลื่นอินฟราเรดยังคงเปิดมุมมองใหม่ๆ และให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งและคาดไม่ถึง
 
การศึกษาภาพวาด Woman Ironing  (1904) ของปาโบล ปิกัสโซ่  (Pablo Picasso) เป็นตัวอย่างที่ดีเกี่ยวกับการค้นพบสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้โดยใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยอินฟราเรด
 
ปิกัสโซวาดภาพนี้ในช่วง ค.ศ. 1901-1904  ซึ่งเรียกว่ายุคสีน้ำเงินของปิกัสโซ ภาพ Woman Ironing ถือเป็นผลงานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นการแสดงออกถึงความอ่อนไหว ทักษะ และอารมณ์ที่ปิกัสโซใช้ในการพรรณนาถึงคนยากจน การใช้สีขาวและเทาอมฟ้าที่ดูโศกเศร้าสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตประจำวันที่ต้องใช้แรงงาน ทำงานหนัก และมีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น ซึ่งเป็นอารมณ์ที่ปิกัสโซเข้าใจมันได้เป็นอย่างดี เพราะในช่วงปีแรกๆ ที่เขาอยู่ที่ปารีส ปิกัสโซเป็นศิลปินหนุ่มที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักและใช้ชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก
 
ภาพนี้เคยถูกศึกษามาก่อนโดยเทคนิค Infrared Reflectography ซึ่งค้นพบว่ามีภาพผู้ชายที่กลับหัวซ่อนอยู่ภายใต้ภาพ Woman Ironing  และด้วยการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง เมื่อไม่นานมานี้นักวิทยาศาสตร์แห่งหอศิลป์แห่งชาติ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Near Infrared Imaging Spectroscopy ร่วมกับการจัดการข้อมูลทางคณิตศาสตร์ ทำให้เห็นภาพวาดที่มีละเอียดชัดเจนมากขึ้นของภาพผู้ชายที่กลับหัวภายใต้พื้นผิวของภาพ Woman Ironing (1904) 
 

ขอบคุณและอ้างอิง :

magazine.artland.com

guggenheim.org/conservation/picassos-woman-ironing

 

 


Related Content
The Schoolboy - แวนโก๊ะใช้สีอะไรบ้างเขียนภาพนี้
ภาพเด็กผู้ชายสวมเสื้อสีฟ้าบนพื้นหลังสีแดงส้มที่มีชื่อว่า "The schoolboy" ซึ่งแวนโก๊ะเขียนภาพนี้ในปี 1888 ในช่วงที่เขาอาศัยอยู่ในอาร์ลส์ สงสัยมั๊ยว่าแวนโก๊ะ ใช้สีอะไรบ้างในการเขียนภาพนี้
11 May 2025
การถ่ายภาพทางเทคนิคกับการวิเคราะห์ภาพเขียน
บทบาทของวิทยาศาสตร์ที่มีต่องานศิลปะได้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงศตวรรษที่ 20 และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในต่างประเทศที่มีความนิยมสะสมและซื้อขายงานศิลปะอย่างแพร่หลาย พบว่ามีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการปลอมแปลงงานศิลปะอยู่เสมอ ซึ่งนั่นก็หมายถึงเงินจำนวนมหาศาลได้สูญเสียไปเนื่องมาจากการปลอมแปลง วิทยาศาสตร์จึงจำเป็นต้องมีบทบาทในการระบุแหล่งที่มา ความถูกต้อง รวมถึงการพิสูจน์เพื่อตรวจสอบการปลอมแปลงเหล่านั้น นี่คืออีกเหตุผลว่าทำไมเทคนิคทางวิทยาศาสตร์จึงถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์งานศิลปะ
16 Mar 2025
Girl with a Pearl Earring ....ลาพิส ลาซูลี และสีอื่น ๆ ในจานสีของโยฮันเนส เวอร์เมียร์
การศึกษาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของภาพเขียนสำคัญ ๆ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วในยุโรป อเมริกา หรือแม้แต่พิพิธภัณฑ์ใหญ่ ๆ ในเอเชียฝั่งบ้านเรา ข้อมูลทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวัสดุศาสตร์ช่วยให้เข้าใจวิธีการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปิน ทั้งยังเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการบูรณะซ่อมแซมและดูแลรักษาเพื่อชะลอการเสื่อมสภาพที่จะเกิดขึ้นในอนาคต   การศึกษาภาพหญิงสาวกับต่างหูมุก หรือ The Girl with a pearl earring วาดโดย โยฮันเนส เวอร์เมียร์ ซึ่งเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์มอริสชุยส์ (Mauritshuis Museum) ประเทศเนเธอร์แลนด์  เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
28 Jul 2025
This website uses cookies for best user experience, to find out more you can go to our Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy